
เกิดมาเชียร์ น้ำตาลเหลือง "บุญโชย โกยแนบ"
ผมขอบอกก่อนนะครับว่าที่ได้เขียนบทความนี้ นั่นเพราะได้รับการยอมรับจากนักกีฬาทีมโรงเรียนในช่วงวัยเรียนของผม ว่า ไอ้นี่มันน่าจะเกิดมาเชียร์น้ำตาลเหลืองโดยแท้...
จริงๆ แล้วไม่ใช่ว่าจะเพียงฟุตบอลนะครับ จะเป็น วอลเลย์บอล บาสเก็ตบอล หรือแม้กระทั่งมวยก็เอาหมด คิดกันเผินๆ ก็ อาจจะมาจากเหตุที่ผมมีเพื่อนเป็นนักกีฬาซะเป็นส่วนใหญ่ แต่จริงๆ แล้วคือวิธีไหนก็ได้ ขอเพียงหวังว่าไม่ต้องอยู่ในห้อง เรียนที่น่าเบื่อ... “อะ-ไร-ก็-ได้” ขอเน้น
งั้นเป็นนักกีฬาซิครับที่น่าจะเป็นทางออก... เห็นพวกนักกีฬาโรงเรียนมันใช้อ้างโดดเรียนกันได้ตลอด แล้วไม่โดนอาจารย์ ลงโทษ... การบ้านส่งทีหลังก็ได้... รายงานก็ให้เพื่อนช่วยทำได้ เหมือนการโดดเรียนของพวกมันเป็นการลาไปรับใช้ชาติ โดดเรียนเหมือนกันแท้ๆ แต่ได้รับการยกย่อง... หญิงกรี๊ด งั้นไปเยี่ยมๆ มองๆ ดูตามสนามซ้อมจะเอากีฬาไหนดีหว่า...
บาสเหรอโอ้โห... เตี้ยไป... กรู
วอลเลย์... โหย ดูมันออกลูกแอ็คๆ ยังไงไม่รู้... ไม่ไหวหวะ... ยิ่งช่วงเสริฟลูกนะ
ฟุตบอล... เออพอไหว... ไปดูซ้อม อ้าว... ไหงอาจารย์ครับ ทำไมมีตบกะโหลกด้วยเนี่ย!!... ไม่เอาดีกว่า เดี๋ยวสมองเสื่อม ยิ่งไม่ค่อยฉลาดอยู่...
จริงๆ ผมเป็นนักแบดมินตันอยู่ครับ... ตีล่ารางวัลอยู่แถวคอร์ดบางซื่อ
แต่โรงเรียนเค้าไม่มีส่งแข่งขัน แล้วจะหาเหตุโดด เรียนยังไงล่ะ...
ครุ่นคิดอยู่นานกว่าจะหาทางออกได้
การเป็นนักกีฬาที่ดีได้ต้องมีพรสวรรค์และทุ่มเทให้เวลากับการซ้อม สำหรับผม ไอ้พรสวรรค์ก็พอไหวนะ แต่เวลานี่สิ พระ เจ้าคงทรงมองแล้วว่า ชีวิตผมมันมีอะไรให้ทำมากกว่าการฝึกฟุตบอล เอาไอ้ที่ไม่ยาก ไม่ต้องซ้อม... ก็แค่ทำตัวมึนๆ หนี เรียนตามไปเชียร์มันดื้อๆ ทำตัวเป็นหัวหน้ากองเชียร์นั่นแหละ ถ้าอยากเล่นบอลจริงๆ ก็ไปขอต่อทีมข้างสนาม แบบแพ้ ถอดเสื้อ หรือมันจะเตะเดิมพันกินตังค์เมื่อไหร่ พวกมันก็มาชวนเองแหละ...
ทีนี้จะทำยังไงให้เนียนล่ะ... คงต้องปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้
ข้อ 1. ทำตัวเป็นคนกีฬา
โดยการมุ่งหน้าไปตีซี้กับอาจารย์ห้องพละ วนเวียนทำความรู้จัก ซึ่งไม่ยากเลยกับคนที่มีบุคลิกอย่างผม มั่วได้ทุกวงการ... เรียกง่ายใช้คล่อง มีใจรักด้านการบริการ โอล้ง โอเลี้ยง เรียกใช้ซื้อได้คล่องแคล่ว สักพักก็เป็นที่รักของอาจารย์ห้องพละ บางครั้งมีสิทธิพิเศษโดยการได้ซ้อม ได้รับการสอนแบบเดียวกับนักกีฬาโรงเรียนเลย จะซ้อมเมื่อไรก็ได้ถ้ามีอารมณ์ แต่ ไม่มีสิทธิลงแข่งนะ ซึ่งก็ตรงเป้าหมายที่ตั้งไว้ไปเชียร์เพื่อนพอ... โอเค
ข้อ 2. แผนการเดินทาง
สำหรับแฟนๆ กีฬา กองเชียร์ หรือแฟนสาวของนักกีฬา การเดินทางของพวกนี้จะลำบาก ต้องเดินทางไปกันด้วยตนเอง แต่สำหรับ VIP ระดับผมไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องมีเคล็ดลับ... เพียงนัดแนะให้ดีกับ ‘น้าหล่อ’ (พนักงานขับรถเชฟสีส้มที่รับ ส่งนักกีฬาโรงเรียนให้พร้อม) พอรถชลอเลี้ยวจะออกประตูก็ออกจากที่ซ่อน กระโดดขึ้นกระบะท้ายไปกับไอ้พวกนักกีฬา นั่นแหละ... โดนพวกมันโวยนิดหน่อยไม่สน... ร้องเพลงเชียร์มั่วไปกับพวกมันได้แค่นี้ก็ลื่น... ใช้ได้กับทุกชมรมไม่ว่าจะ ฟุตบอล วอลเล่ย์ บาสเก็ตบอล 55555
ข้อ 3. ออกงานสังคม
ต้องเดินทางไปฉลองทุกครั้งที่มีการรับรางวัลแห่งชัยชนะ หรือถ้าทีมพลาดหวังก็ตามไปทับถมอย่างเป็นกันเอง เสนอหน้า ไปถ่ายภาพเป็นที่ระลึกในทุกจังหวะของชัตเตอร์ เฮฮา... ดีใจเกินร้อยไว้ก่อนเหมือนดังชัยชนะเป็นของเราเอง...
เท่านั้นแหละครับ... ก็ได้รับการยอมรับจากวงการกีฬาของหอวังแล้ว ยังความพึงพอใจให้กับตัวเองเป็นอย่างยิ่ง
จนมาถึงวันนี้ เมื่อเราได้ลาจากบรรยากาศความสนุกในแบบนั้น มานานแสนนาน จนแทบจะจำมันไม่ได้แล้ว เหมือนได้ รับคำเชื้อเชิญจากอดีตอีกครั้ง... การจัดตั้งชมรมฟุตบอลของศิษย์เก่าหอวังครับ การกลับมารวมตัวกันอีกครั้งของบรรดา ดาราฟุตบอลของหอวังในอดีต เหมือนกับได้กลับมาเป็นหนุ่มอีกครั้ง พี่ๆ น้องๆ ได้กลับลงสนามมาเล่นด้วยกันบรรยากาศ ของความสุขมันเหนือคำบรรยายเลยครับ...
มาคราวนี้ผมไม่ได้กลับมาเป็น กองเชียร์น้ำตาลเหลืองอย่างเดียว แต่วันนี้ขอลงเป็นผู้เล่นกับเขาด้วย เพื่อขอตามฝันในวัย เยาว์ที่ขาดหายไป คือการเป็นนักฟุตบอลโรงเรียน ถึงแม้จะได้เป็นนักบอลรุ่นชราภาพก็ตาม... เอาวะ
ทุกคนที่ลงเล่นใช้ความพยายามในการเล่นอย่างสุดความสามารถเท่าที่ทุกคนจะทำได้ ลงสนามซ้อมกันอย่างมีความสุข ไม่ มีสีหน้าของการขี้เกียจซ้อมเหมือนเมื่อวันก่อน บรรยากาศวันแข่งในแต่ละแม็ทช์คึกคักสนุกกันเต็มที่ทั้งในสนามและนอก สนาม ที่ลงก็เล่น ที่ยังไม่ได้เล่นก็เชียร์ แถมยังมีแฟนคลับมาเชียร์กันบ้างแล้ว...ก็บรรดาภรรยา ลูกๆ และน้องๆ ในชมรม ที่ยังไม่ถึงแม็ทช์ลงแข่ง ก็มาเชียร์โชว์ความมีสปีริตของนักกีฬามากเลย น่ารักจริงๆ อันนี้ขอชมเลย...
แต่เมื่อการแข่งขันจบในแต่ละครั้ง ได้ลองไปสอบถามบรรดากองเชียร์ที่น่ารักของเรา ซึ่งบางครั้งก็ดูจะหน้าแดงเกินเหตุ ทั้งๆ ที่เราเล่นกันตอนกลางคืน ก็ตอบผมว่า ทีมเราเล่นดีครับ... ถึงแม้ยังไม่เคยชนะใครก็ตาม อยู่บนอัฒจรรย์เชียร์ดูง่าย ไม่ต้องมีภาพสโลว์โมชั่นเพราะฟุตบอลที่พี่ๆ เล่นมันช้าจนไม่ต้องรีเพลย์เลยครับ... ดูทันทุกเหตุการณ์...
นี่คือเสียงสะท้อนของกองเชียร์ถึงผู้เล่น...
มาทางมุมของผู้เล่นกันบ้าง... หอบหายใจแรงเหมือนปอดจะหลุดออกมาข้างนอกหน้าอก... ซี่โครงที่เคยหุบอยู่ดีๆ ก็บาน ออกมานอกชั้นไขมันซะอย่างงั้น ถึงแม้สมองสั่งการ แต่ร่างกายปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามโดยสิ้นเชิง ทำให้การเล่นไม่เป็นไป อย่างที่คิดหวังไว้... ซึ่งนักบอลเหล่านี้ไม่อยากจะทำใจยอมรับมันได้ เมื่อได้อยู่ในบรรยากาศการแข่งขัน มันก็เป็นแบบนี้ แหละครับ...
วันนี้ขอบอกว่ามีความสุขจริงๆ ที่ได้กลับมาอีกครั้ง และจะทำหน้าที่ทั้งย้อนอดีตกองเชียร์ และรายงานความประพฤติของ นักบอลชราเหล่านี้ อย่างไม่ลดละ ให้สมกับภาระกิจที่ได้รับมอบหมาย “เกิดมาเชียร์น้ำตาลเหลือง”
แล้วพบกันในครั้งต่อไปครับ...