ความรู้สึกแรกที่มีกับชมรมฯ
(1) มันเริ่มตั้งแต่ งานหอวังรำลึก 9 มกราคม 2553...
'เกษมชาย ลูกบางปลาสร้อย' เป็นคนเริ่มเกริ่นขึ้นมาให้ฟังก่อนว่า จะมีการรวมตัวของ 'นักฟุตบอลเก่าหอวัง' หัวใจผมพองโตด้วยความตื่นเต้น ด้วยอยากจะมีส่วนร่วมกับการเป็นสมาชิกนักบอลชาวน้ำตาลเหลืองอันทรงเกียรติ จากที่ห่างหายกันไปนานเกือบ 30 ปี
จนกระทั่งเมื่อถึงวันคัดตัว ตัวผมเองก็ยังมีภาระต้องไปทำธุระอยู่ถึงจังหวัดนครสวรรค์ และด้วยความอยากเล่นมาก จึงรีบกลับมาคัดตัว แต่ก็ไม่ทันคัด เพราะเขาเลิกกันก่อน...
ใจผมกล้าๆ กลัวๆ ทั้งที่อายุก็ 40 กว่า... ที่ว่ากลัวก็คือ กลัวจะไม่ติดอยู่ในทีมเพราะมาคัดตัวไม่ทันด้วย วันนั้นก็ยังไม่กล้าจะมองใครมากนัก (เกรงบารมีพี่ๆ) จำได้ว่ามีพี่ผจญ พี่วรรณ (สะกดผิดก็ขออภัยครับ) พี่เจี๊ยบ พี่หนุ่ย พี่เนา พี่ยศ เกษมชาย ต๋อง เชษฐ์ และก็ที่จำไม่ได้จริงๆ อีกหลายคน วันนั้นเลยทำได้แค่ส่งหลักฐานและเบอร์โทร. พร้อมเมล์ไว้กับชมรมฯ...
(2) ...หลังจากวันนั้นก็จำไม่ได้ว่าเป็นวันที่เท่าไร...
แต่รู้สึกว่าจะเป็นวันอาทิตย์ที่ 'ชมรมฟุตบอลนักเรียนเก่าหอวัง' ของเรานัดรวมตัวกันเป็นครั้งแรก ที่สนาม TPL ดอนเมือง
ผมมาช้าอีกตามเคยครับ ในสนามพี่น้องผองเพื่อนมากันเยอะแยะไปหมด มากหน้าหลายตา (ธรรมดาล่ะครับ มากหน้าก็ต้องหลายตา)...
หลังจากรับเสื้อผ้าชุดแข่งก็ถ่ายรูปกัน... ความประทับใจแรกของผมเรื่องชุด เฮ้ย! ชุดฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย (อะ ล้อเล่งน้า...) ชุดแข่งน่ะโอเค... ทราบมาภายหลังว่าเป็นเลือดเป็นเนื้อของใครบางคน (พี่กรูเองนี่หว่า)
แต่เสื้อลำลองสีขาวที่มีสัญลักษณ์ชมรมฯ นี่สิ... แม่งโคตรเจ๋ง ความรู้สึกเหมือนกับว่า เป็นหนึ่งในนักเตะสโมสรใหญ่ๆ เลยทีเดียว โดนใจคนวัยสี่สิบนิดๆ อย่างผม ทั้งที่เล่นฟุตบอลมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ ชุดแข่งขันเยอะแยะ แต่ทีมนี้แม่งโดนว่ะ (ขออภัยที่ใช้คำไม่สุภาพ)...
ในสนามวันนั้นนับโดยประมาณก็ 40 กว่าคน นี่มันฟุตบอลหรือรักบี้กันแน่ หัวหงอกหัวดำ (มีหัวล้านด้วย 555) นักฟุตบอลทีมเราทำไมมีเยอะอย่างนี้ เยอะขนาดที่ว่าแบ่งข้างเล่นกันเอง 2 ทีมได้เลย... วันนั้นเห็นหลักๆ ที่เป็นหัวก็มี พี่ผจญ พี่ปราโมทย์ พี่หริ ที่เป็นคนจัดตัวลงไปเล่น จำได้ว่ามีพี่หน่องคนตัวเล็กแต่หัวใจช้างมาร่วมแจมด้วย (หลังจากนั้นก็ไม่เห็นหน้าพี่เขาอีกเลย จบกันสวรรค์เบี่ยง)...
สรุปว่าวันนั้นก็ไม่มีอะไรมากเล่นกันไปตามอัตภาพ ที่จำได้ก็คือมีคนนึงชื่อ พี่ตุ่ย (นักเตะขวัญใจ สไตล์กวนตีนของผมในวัยเยาว์) แม่งวิ่งบ้าเลือด ไม่ดูอายุ แกคงนึกว่าแกอายุยี่สิบต้นๆ มั้ง (ไม่ดูสังขาร) สรุปแล้วผมก็ยังชอบพี่อยู่ดี ชอบตรง 'เลือดน้ำตาลเหลือง' ของพี่มันเข้มข้นได้ใจผมว่ะ คนอย่างนี้แหละ ที่เล่นบอลด้วยหัวใจ... แต่ไม่ดูสังขาร 555...
ก่อนจะจบบทนี้ ความภูมิใจของผมก็คือ ได้เป็นส่วนหนึ่งของชมรมฯ ชมรมฟุตบอลที่มีศิษย์เก่าเป็น 'เด็กหอวังล้วนๆ' (ไม่มีลูกชิ้นปน) และก็ขอบคุณหอวังที่ทำให้ผมมีวันนี้ วันที่ต้องมาร่วมชะตากรรมกับพี่น้องผองเพื่อนชาวหอวัง โดยไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร...
พี่ไม่หนี... (แต่ผมไปก่อน) ผมไม่หนี...
รัก 'ชมรมฟุตบอลนักเรียนเก่าหอวัง' จังเลย... จุ๊กกรู้ @ Tarin |