ตบตูดบอลโลก 2010
มหกรรมลูกหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ก็จบลงในที่สุดเมื่อค่ำคืนวันอาทิตย์ที่เพิ่งผ่านพ้น การสิ้นสุดของงานมหกรรมลูกหนังที่ประเทศเซ้าธ์แอฟริกาคราวนี้ ก็พาเสียงประหลาดๆ ของ วูวูเซล่า ที่มีทั้งผู้คนที่ชื่นชอบและแสนจะรำคาญจากไปด้วย
ภาพสีสันของกองเชียร์ที่พาความสนุกสนาน ความหวัง และมิตรภาพข้ามแดนมาเชียร์ทีมรัก เมื่อรวมกับภาพประตูสวยๆ ที่เกิดขึ้น กับการลากเลื้อยแจ้งเกิดของดาวดังคนใหม่ และนี่คงจะเป็นอีกหนึ่งทัวร์นาเม้นท์ที่ผู้คนจะจดจำ
และเพื่อเป็นการปิดงานมหกรรมฟุตบอลโลกอย่างสมบูรณ์ ทางชมรมฯ จึงขอนำคำทำนายของพี่ๆ เพื่อนๆ ที่เคยทำนายทายทักเอาไว้ มาให้ทุกท่านได้ชมกันอีกครั้งว่า ใครทายถูกทายผิดกันอย่างไรบ้าง
ท่านแรกเลยที่ถูกสัมภาษณ์ และก็ทายถูกอย่างตาเห็น ก็คือ พี่ทอง (พลอากาศโทธีรพล คล้ายพันธ์) นายกสมาคมนักเรียนเก่ามัธยมหอวังฯ ของเรา พี่ทองทายว่า ทีมชาติสเปน ก็คงจะด้วยประสบการณ์และมุมมองทางกีฬาที่มีมาอย่างโชกโชน รายละเอียดนักกีฬาอย่าง กาซิยาส และ ซาบี้ เออร์นานเดซ ต่างก็โชว์ฟอร์มได้อย่างยิ่งใหญ่จนนำถ้วยฟีฟ่าสีทองกลับสู่แดนกระทิงดุอย่างยิ่งใหญ่
ท่านต่อมาก็คือ “พี่ผจญ” ที่พักหลังหายหน้าหายตาไปจากชมรมฯ ด้วยภาระการงานที่ค่อนข้างวุ่นๆ พี่ผจญเลือกที่ทายทักเอากับ ทีมฮอลแลนด์ อัศวินสีส้มที่ชนะมาตลอดทุกนัดในทัวร์นาเม้นท์ และมาสะดุดเอาแค่ในนัดชิงกับสเปนเท่านั้น การคาดการณ์ของพี่ผจญแม้จะไม่ถูกต้อง แต่รายละเอียดก็เข้าขั้นทีเด็ดได้อีกท่านหนึ่ง
ต่อมาก็ “พี่ต้อย” แทนไท ฮอลแลนด์ที่พี่ต้อยเลือก ก็เดินทางมาถึงนัดชิงที่โจฮันเนสเบอร์ก และท่ามกลางเกมที่สูสีว่าพี่ทองกับพี่ต้อยใครจะทายผิดทายถูก ในที่สุด ลูกทีเด็ดของของ เนียส์ต้า ในเพียงห้านาทีก่อนหมดเวลาพิเศษ ก็ทำให้รุ่นน้องอย่างพี่ต้อย ต้องยอมคำทำนายจากพี่รุ่นใหญ่อย่างพี่ทองอย่างยินดี
นอกจากนี้ พี่ๆ น้องๆ ชมรมเราก็มีอีกหลายท่านที่เลือกทีมชาติสเปนเป็นแชมป์ แม้จะมีเหตุผลพิลึกพิลั่นแตกต่างกันไป อย่าง "พี่เจี๊ยบ" ศุภอรรถ ที่เลือกสเปนเพราะชอบอาร์เซนอล หรืออย่าง “พี่เอ ฟุตซอล” ที่ทำนายดั่งตาเห็นว่า “เป็นวัยจู๊ดคะนองเต็มพิกัด” และน้องอีกสองคนที่กาเลือกสเปนเข้าเป้า แม้จะเป็นเหตุผลที่โป๊ๆ ซักนิดอย่าง สองคู่หู"เดียร์-กี้" ที่ออกจะชมชอบสาวสเปนมากกว่าเชิงลูกหนัง
คราวนี้ก็ถึงกลุ่มที่แม้ทีมที่เลือกจะไม่เข้าเป้าตามคาด แต่ทีมเหล่านี้ก็โชว์ฟอร์มได้เป็นอย่างดี จนสร้างสีสันให้กับวงการฟุตบอลระดับโลก อย่าง "ชามือกาว" อนุชา กับ "ริน" ธารินทร์ ยอดฟูลแบ็ค ที่เลือกบราซิล รวมถึง "พี่หนวด" วรภัทร และ "เจ้าบอล" ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ "โค้ชจอมตบ" อาจารย์หิรัญ แม้ทีมนักบอลเซเลเซาจะไม่ชนะเลิศ แต่ก็สร้างผลงานไว้ได้อย่างยิ่งใหญ่ตามเส้นทาง ก่อนจะมาพบจุดจบ เมื่อชนเข้ากับอัศวินสีส้มฮอลแลนด์ที่ร้อนแรงตลอดทัวร์นาเม้นท์
คนเดียวโดดๆ ที่เลือกเยอรมันเพราะชื่นชอบคุณภาพมากกว่าปริมาณอย่าง "พี่ตุ๊ก" ดลกวี ก็ถือได้ว่าสมหวังเพราะอย่างน้อย เยอรมันก็ได้คว้าตำแหน่งที่ 3 ของงานนี้ และนักฟุตบอลรุ่นใหม่ถูกดันขึ้นมามากหน้าหลายตา โดยเฉพาะนักเตะอย่าง โธมัส มุลเลอร์ ที่คว้าไปทั้งนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมและรองเท้าทองในฐานะดาวซัลโวประจำทัวร์นาเม้นท์ ที่ยอดประตูรวม 5 ประตู แม้จะเท่ากับ ดาวิด บิย่า และ ดิเอโก้ ฟอร์ลัน แต่ด้วยคุณภาพของนักเตะเยอรมันที่มีจำนวนผ่านแอสสิสให้เพื่อนมากกว่า เพียงแค่นี้ก็ไม่ทำให้ให้พี่ตุ๊กต้องอับอายแต่อย่างใด
อีกกลุ่มหนึ่งที่ทำนายเอาแบบยกพวง เหมือนไปซื้อสะตอที่ร้อยขายเป็นยวงๆ ที่ตลาด ก็คือ กลุ่มหอวังรุ่น 10 คือ "พี่ใหม่" พินยา พี่ดำริ และพี่ยศวิบูรณ์ ที่ยกพวงมาทั้ง อังกฤษ ฮอลแลนด์ บราซิล และอาร์เจนติน่า แต่ก็ไม่มีใครที่กาเลือกสเปนเลยสักคน กลุ่มพี่ๆ ที่เลือกมากทีมกลุ่มนี้ เมื่อนับจำนวนทีมที่เลือกแล้ว และแถมไม่เข้าเป้าซักทีม ก็ขอจัดพี่ๆ ให้อยู่ในกลุ่มอับอายระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง
แต่กลุ่มที่อับอายแบบสุดๆ ที่นอกจากจะเลือกไม่เข้าเป้าแล้ว ทีมที่เลือกเชียร์ก็เล่นไม่เป็นสับปะรดผลไม้กล้วยมะละกออะไรทั้งสิ้น จนแบกความผิดหวังให้กองเชียร์ตัวเองต้องชีช้ำอย่างที่สุด ทั้ง "พี่ตุ่ย" ขจรเดช "พี่หยี" อานัต และ พี่เนาว์ ทั้งสามต่างรอคอยปาฎิหาริย์ของ รูนีย์ และ "ไอ้เจิด" ที่ไม่เคยได้เกิดขึ้น และนอกจากความชีช้ำจาก “ลูกชดใช้กรรม” ที่แลมป์พาร์ดยิงและไม่ได้ประตู เสมือนไถ่โทษที่บรรพบุรุษรุ่นเจฟเฮอร์ส ไปฉกชิงมาจากเยอรมันเมื่อปี 66 แล้ว ส่วนที่เหลือก็จดจำได้แค่ลูกเข้าประตูสวยๆ ของโรเบิร์ต กรีน เท่านั้น
และคนสุดท้ายที่มักจะทำตัวนอกคอกนอกแถวอยู่เป็นประจำอยาง "พี่หนุ่ย" มณฑล ที่กาเลือกเอากับเมืองทองยูไนเต็ด แม้จะรักแหกกฎ ไม่ชอบกติกา แต่พี่หนุ่ยก็เก่งเอาเรื่อง เพราะทีมเมืองทองฯ ที่พี่หนุ่ยเลือก ก็เข้าเป้าคว้าแชมป์เลกแรกของบอลไทยแลนด์พรีเมียร์ลีกไป แบบที่พี่หนุ่ยเองก็คงจะงงๆ ไม่น้อย
ฟุตบอลโลกที่แอฟริกาใต้จบลงไปด้วยความทรงจำที่สนุกสนาน กีฬาฟุตบอลจรรโลงอะไรๆ ให้มนุษยชาติมาอย่างยาวนาน สร้างรอยยิ้ม ความสุข และความหวัง เชื่อมผู้คนต่างที่ ต่างถิ่นที่เข้าใจในกฎกติกาอันเดียวกัน ให้ร่วมเล่น ได้รู้จักพบเจอกัน ฟุตบอลนำพามาซึ่งมิตรภาพ ก็เหมือนวันนี้ ที่ชมรมฟุตบอลนักเรียนเก่าหอวัง รวมกันกลับมาเป็นปึกแผ่น พี่น้องที่หายหน้าห่างตา ก็ทยอยกลับคืนสู่เหย้า
และล่าสุดทางชมรมฯ ก็ยินดีที่ พี่ยุทธนา คงชาตรี และ พี่ชูศักดิ์ สาระพัดวิเศษ อดีตสองนักฟุตบอลหอวังกลับคืนสู่เหย้าด้วย... ยินดีต้อนรับครับ.