อาคม เจือสุวรรณ์
หอวังรุ่น 3 / สโมสรราชประชา / กัปตันทีมเยาวชนไทย / ทีมชาติไทยชุด บี / ทีมชาติไทยชุดใหญ่
ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทีมฟุตบอลหอวังเรานั้น ผลิตนักฟุตบอลฝีเท้าดีออกมาโลดแล่น ในสนามหญ้าสีเขียวขจีหลากหลายคน และลงเล่นในระดับที่แตกต่างกันไป ตามที่ สมัครใจเลือกจะเดินทางไปตามถนนสายลูกหนัง บ้างก็เพื่อความสนุกบันเทิง บ้างก็ เพื่อมิตรภาพ แต่บ้างก็ก้าวเลยไปจนติดทีมชาติไทย แต่หากจะถามว่า นักฟุตบอล หอวังคนไหนที่เป็น “คนแรกของหอวัง” ที่เอาธงไตรรงค์มาประดับที่หน้าอกเสื้อได้ เป็นคนแรก จนเป็นแรงจูงใจให้รุ่นน้องอีกหลายสิบคนของหอวังต่อมานั้น “พี่เหลน” อาคม เจือสุวรรณ์ คือนักบอลจากหอวังคนนั้น
ที่ริมสนามฟุตบอลยามเย็นแถวสมุทรปราการ “พี่เหลน” ที่ทำหน้าที่ผู้ฝึกสอนฟุตบอล ให้เด็กๆ อยู่แถวนั้นควบคู่ไปกับงานประจำที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิต พี่เหลนเล่าให้ฟัง แบบสนุกๆ ว่า “พี่มาเข้าหอวังก็ตอน ม.ศ.4 แล้ว ก็มาเจอกับ อาจารย์ปรีชา แย้มแสง นี่แหละ ที่ช่วยขัดเกลาฝีเท้าที่พอจะเป็นๆ อยู่บ้างจากที่โรงเรียนเก่า”
อาจารย์ปรีชา จับเด็กนักเรียนตัวผอมเล็กแต่แกร่งทั่วแผ่นอย่างพี่เหลน ฝึกซ้อมไม่ นาน ก็ส่งลงเล่นให้โรงเรียนเราในรุ่น กลางและรุ่นใหญ่ควบคู่กันไปเลย ทั้งที่ ทหาร อากาศ และ เทศบาล กทม. โดยมี “เล็ก” ศิริศักดิ์ แย้มแสง เป็นประตูแบบ เหมารุ่น ตั้งแต่รุ่นเล็กจนรุ่นใหญ่ และทั้งสองก็เป็นเรี่ยวแรงสำคัญ ที่ร่วมกันคว้าแชมป์มาทั้ง สองทัวร์นาเม้นท์ได้อย่างยิ่งใหญ่
หลังจบ ม.ศ.5 พี่เหลนก้าวเข้าสู่รั้วรามคำแหง และด้วยเบสิคที่แน่นมาจากหอวังบวก ความทรหดแข็งแกร่ง ทีมบอลรามคำแหง ที่มีนักบอลร่วมทีมอย่าง วิฑูร ตรีคุณา สิทธิชัย พระมุณี ก็คว้าแชมป์ระดับอุดม ศึกษาได้ถึงสามสมัย จนเป็นที่เลื่องลือ
จากนั้น พี่เหลนก็ถูกดึงเข้าสู่รั้ว สโมสรราชประชา ที่มี อาจารย์ประวิตร ไชยสาม และ อาจารย์ยรรยงค์ ณ หนองคาย เป็น หัวหน้าผู้ฝึกสอน และภายใต้ร่มเงาของ มรว.เจตจันทร์ ประวิตร เพียงปีเดียวที่พี่เหลนลงเล่นในระดับ ถ้วย ข. ให้กับทีม ราชประชา พี่เหลนก็ถูกดึงขึ้นสู่ ราชประชา "ชุดใหญ่” ร่วมกับนักเตะอย่าง วศิณ มาศพงศ์ “มนุษย์ไม้” ประพันธ์ เปรมศรี บุญเลิศ เอี่ยวเจริญ หรือรุ่นน้องอย่าง สุทิน ไชยกิตติ มาด๊าด ทองท้วม
ในระดับสโมสร พี่เหลน อาคม เจือสุวรรณ์ ร่วมทีมกับราชประชา ลงเล่นในศึกเมดานคัพ ที่ประเทศอินโดนีเซีย ที่มีระดับ เทียบเท่ากับ ศึก เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปัจจุบัน ก่อน ก้าวสู่จุดสุดยอดในวงการลูกหนังในประเทศ เมื่อพาราชประชาคว้าแชมป์ถ้วยพระราชทาน ก. ได้ในปี 2523 แต่พลาดท่าในนัดชิงชนะ เลิศถ้วย ควีนส์คัพ ชวดการเป็น “ดับเบิล แชมป์” ไปอย่างน่าเสียดาย แต่อย่างไรก็ตาม ราชประชา ก็มาคว้าดับเบิ้ลแชมป์นี้ได้ในอีก สองปีต่อมา
สำหรับผลงานในนามทีมชาตินั้น พี่เหลน เริ่ม ติดทีมเยาวชนไทยชุดชิงแชมป์เอเชียที่อินเดีย เมื่อปี 2521 แม้ไทยเราจะได้เพียงตำแหน่ง รองแชมป์ แต่พี่เหลนกลับบอกว่า “ต่อยกันสนุกน่าดูเลยในนัดชิง” !!
จากนั้น รุ่นพี่หอวังคนนี้ ก็เป็นตัวหลักในทีมชุดเยาวชนของไทยมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในศึก ชิงแชมป์เอเชีย ที่ฟิลิปปินส์ ที่ เริ่มมีดาวดังเข้าร่วมทีมอย่าง “เดอะตุ๊ก” ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน และ “ก้อย” ศักดรินทร์ ทองมี ที่ต่อมาศักดรินทร์ได้รับตำแหน่ง นักเตะทรงคุณค่าประจำทัวร์นาเม้นท์นี้ และได้รับถ้วยจากสาวที่สวยที่สุดในเอเชียอย่างลูกสาวอดีตประธานาธิบดีมากอส ของฟิลิปปินส์
พี่เหลนสนุกสนานกับการเล่น ในศึกต่างๆ ระดับเยาวชนให้ทีมชาติไทย อย่างต่อเนื่อง ทั้งชิงแชมป์เอเชียรอบสุดท้ายในบ้านเราเมื่อปี 24 และทัวร์ นาเม้นท์เยาวชนอาเซี่ยน ศึกชิงถ้วยพระราชทานของกษัตริย์มาเลเซีย "เมอร์เดก้าคัพ" ที่กัวลาลัมเปอร์ ควบคู่กับทัวร์นาเม้นท์ของมหาวิทยาลัย อาเชี่ยน ซึ่งทุกทัวร์นาเม้นท์เหล่านี้ ด้วยบุคลิกสุขุมรอบคอบ และมีความ เป็นผู้นำอย่างสูง รุ่นพี่หอวังของเราคนนี้ ก็ได้รับความไว้วางใจให้ "สวม ปลอกแขน" เป็นผู้นำนักกีฬาทีมชาติลงสู่สนามมาโดยตลอด
และในที่สุด พี่เหลนก็ก้าวขึ้นสู่ทีมชาติชุดใหญ่จนได้ในศึก "ปักจุงฮี" หรือ เพรสซิเดินท์คัพ ประเทศเกาหลีใต้ และในศึก เมอร์ไลอ้อนคัพ ที่สิงคโปร์ พร้อมเข้าทำงานในการไฟฟ้าฝ่ายผลิต และลงเล่นบอลในยุคท้ายๆ ให้กับ สโมสรการไฟฟ้าฯ พร้อมเข้ารับการอบรมจนเป็นโค้ชในระดับ ซีไลเซนส์ (C License)
ทุกวันนี้ รุ่นพี่ของเราคนนี้ยังทำงานสอนฟุตบอลเยาวชนในชุมชน ยังอุทิศ ตนทำงานให้ มูลนิธิพระดาบส โดยไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย จนมีโอกาสได้เข้าเฝ้ารับพระราชทานของที่ระลึกจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ที่โรงเรียนหอวัง พี่เหลนยังแวะเวียนมาอย่างสม่ำเสมอ ตั้งแต่สมัยเล่นอยู่ที่ ราชประชา กลับมาช่วยสอนกลเม็ดเด็ดๆ และยังแนะนำการเล่นรูปแบบ แปลกใหม่ให้น้องๆ อยู่เสมออีกด้วย
และที่ ชมรมฟุตบอลนักเรียนเก่าหอวัง ทุกวันนี้ พี่เหลนก็รั้งตำแหน่งที่ปรึกษาชมรมฯ อยู่เช่นกัน
เมื่อถามพี่เหลนว่าเล่นอะไรมาก็ตั้งเยอะแยะ ชนะเลิศอะไรมาก็มากต่อมากทั้งระดับชาติและสโมสร แต่พี่เหลนกลับบอกว่า “สำหรับ หอวัง มีคุณค่าสำหรับพี่เสมอนะ มันสนุกและมีความสุข เด็กๆ กำลังจะโตมาเป็นผู้ใหญ่ ในช่วงนั้นเรื่องร้ายๆ ไม่ มีหรอก เลยผูกพันและคิดถึงมันอยู่เสมอ”
จึงไม่แปลกใจว่า ภาพที่ "พี่เหลน" อาคม เจือสุวรรณ์ คลานเข้าไปรับถ้วยรางวัลชนะเลิศให้กับหอวังใน “ฟุตบอลประเพณี สี่พระเกี้ยว” จากอาจารย์ มล.ปิ่น มาลากุล ผู้ก่อตั้งโรงเรียนมัธยมหอวัง ครั้งนั้น จะเป็นภาพที่เด็กหอวังทุกรุ่น ไม่เคยลืม.













กลับหน้าหลัก