
นพดล ศิริไปล์
หอวังรุ่น 8 - 10 นักกีฬาโรงเรียน - ฟุตบอล - บาสเก็ตบอล - วอลเล่ย์บอล - ตะกร้อ
นักเรียนที่เล่นกีฬาของโรงเรียนหอวังในรุ่นราวคราวเดียวกันเมื่อกว่า 30 ปีก่อนนั้น ไม่มีใครไม่รู้จักกับสุดยอดนักกีฬามากประเภทอย่าง "พี่แป๊ะ" นพดล ศิริไปล์ เป็นแน่ จนพี่ท่านได้ฉายาแปลกๆ ไปกว่าเพื่อนคนอื่นๆ อาทิ "นักเตะร้อยสังกัด" หรือ "นักกีฬาอาชีพคนแรกของหอวัง"
พี่แป๊ะ นพดล ศิริไปล์ นั้นขึ้นชื่อเรื่องความบ้าในกีฬาอย่างไม่ลืมหูลืมตา เข้าขั้นว่าเอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม ขอเพียงแต่ได้เล่นกีฬาเท่านั้น ถึงกับมีเรื่องเล่ากันว่า ในวันไหนที่มีการแข่งขัน และมีสอบที่ตรงกัน พี่แป๊ะแกเพียงแต่จะกาๆ ข้อสอบโดยไม่อ่านโจทย์สักข้อ และจะเป็นคนแรกของห้องสอบ ที่ออกมาจากห้อง และมานั่งรอที่รถ "อีแก่" เพื่อพร้อมจะเดินทางไปสนามแข่งก่อนใคร
"พี่แป๊ะ" จึงมักจะถูกเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "ไอ้แก่" ทั้งนี้คงมาจากการที่พี่แป๊ะ "เรียนซ้ำชั้น" อยู่ที่หอวังระยะหนึ่ง ก็เพราะการที่มองว่าการเรียนกับการกีฬานั้น เป็นเส้นทางที่ขนานกันอย่างไม่น่าจะมาบรรจบกันได้
"ก็คนมันชอบเล่นนี่หน่า เล่นแล้วมันก็มีความสุข" พี่แป๊ะว่าของแกอย่างนั้น จึงไม่แปลกที่บรรดาอบายมุขทั้งเหล้า บุหรี่ ยาเสพติด ทุกชนิดพี่แป๊ะจึงไม่รู้จัก และไม่เคยแตะต้องมันเลยสักอย่าง
เพื่อนๆ ร่วมรุ่นที่เห็นความสามารถทางกีฬาที่เข้าขั้น "เก่งทุกอย่าง" จึงมักจะหานัดเดิมพันทั้งในและนอกโรงเรียน เดินสายส่งทีมเข้าแข่งขัน โดยมี "พี่แป๊ะ" เป็นตัวชูโรง เป็นนักเตะคนสำคัญ จนมีคำที่เพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันจดจำอยู่แม่นยำว่า "ทุกสนามที่มีเดิมพัน จะต้องมี "แป๊ะ" นพดล ศิริไปล์"
บ้านพี่แป๊ะอยู่ที่แค่ตรง ม.จันทร์เกษม เพราะครอบครัวเป็นอาจารย์อยู่ที่นั่น จากบ้านมาโรงเรียนก็ห่างแค่เพียงทุ่งนากว้างๆ สมัยยังไม่มีถนนรัชดาภิเษกอย่างทุกวันนี้
พี่แป๊ะเล่าให้ฟังว่า "พี่ก็เดินๆ วิ่งๆ มาโรงเรียนทุกวัน วิ่งตัดข้ามทุ่งมานิดเดียวก็ทะลุที่ ร.ส.พ. และแค่ข้ามถนนก็ถึงหอวังแล้ว เป็นการวอร์มร่างกายพอดิบพอดี"
"มาถึงโรงเรียนแล้วยังไงครับ" ทีมงานถาม
"ก็ซ้อมกีฬาเลย"
"อ้าวพี่ ไม่เข้าเรียนก่อนหรือครับ" ทีมงานถามซ้ำ
"ก็นิดหน่อยนะ เพราะพี่ต้องซ้อมกีฬาหลายประเภท..." กลายเป็นอย่างนั้นไป !?!
ก็เพราะความสามารถทางกีฬาหลากหลายชนิดนี่เอง ทั้งบาสเก็ตบอล วิ่งแข่ง วอลเล่ย์บอล ตะกร้อ รวมถึงฟุตบอล "พี่แป๊ะ นพดล ศิริไปล์" จึงเป็นนักกีฬาตัวโรงเรียนหอวังมันทุกชนิดที่หอวังส่งออกไปแข่ง
"แรกเข้าหอวัง ก็มี อาจารย์ปรีชา แย้มแสง นี่แหละที่คุมกีฬามันทั้งหมดที่หอวัง ดูเหมือนเป็นมาเฟียเลยนะ" พี่แป๊ะว่า "แต่ที่จริงไม่ใช่อย่างนั้นหรอก คือมันไม่มีใครสมัยนั้นจริงๆ จน อาจารย์วีระ เขียวอุไร เข้ามานี่แหละ อาจารย์หิรัญฯ เข้ามานี่แหละ กีฬาหอวังถึงเป็นเรื่องเป็นราว เดินไปข้างหน้ากันเพราะแบ่งหน้าที่กันชัดเจน"
อาจารย์วีระ เขียวอุไร ก็เป็นอาจารย์ที่นำทีมบาสของหอวังเข้าสู่ยุคยิ่งใหญ่ในการแข่งขันที่
กองทัพอากาศ โดยมีพี่แป๊ะเป็นหนึ่งในลูกทีมคนสำคัญ ส่วนสายบอลพี่แป๊ะก็เป็นสมาชิกทีมตัวหลักของทีมฟุตบอล ที่มีอาจารย์หิรัญฯ คอยนำทัพ และเป็นขุนพลตัวสำคัญที่ร่วมเล่นในทัวร์นาเม้นท์ปากีสถานคัพ ที่หอวังเราล้มปทุมคงคาลงได้ที่สนามศุภชลาศัย ก่อนทัวร์นาเม้นท์นี้จะแปลงมาเป็น "โค้กคัพ" ในยุคต่อมา
"แต่ก่อนก้างขวางคอหอวังเราทางสายฟุตบอลซีกชานเมืองนี่ก็โรงเรียนพรตพิทยพยัต กับฤทธิยะวรรณาลัย คอยขวางอยู่ แต่เราก็ได้แชมป์นะ" พี่แป๊ะอธิบายในฐานะที่เล่นบอลให้หอวังควบสองรุ่นคือในรุ่นเล็กและกลาง "เพราะสมัยก่อนเขาวัดเอาส่วนสูงกัน อายุไม่นับ" "ถ้าเป็นบาสฯ ก็มีบดินทร์เดชาฯ นี่แหละก้างชิ้นเบ้อเริ่ม ก็ผลัดกันแพ้ชนะ ทั้งที่ ทอ. และ กทม."
หลังจบจากหอวัง พี่แป๊ะเข้าเรียนต่อที่ ปัญจะวิทยา ต่อและยังคงเล่นกีฬาให้สถานศึกษาใหม่อยู่โดยตลอด แต่เมื่อใดที่เพื่อนๆ ที่หอวังมีทัวร์นาเม้นท์ มีส่งบอลที่ไหน พี่แป๊ะจะถูกเรียกตัวมาช่วยเพื่อนๆ อยู่เสมอ พร้อมกันนั้น ก็ร่วมเล่นให้ทีมฟุตบอลถ้วยพระราชทาน ง. ของ สโมสรราชวิถี ที่คุมทีมโดย แก้ว โตอดิเทพ อดีตมิดฟิลด์ตัวรุกที่ดีที่สุดของไทยยุคหนึ่ง ร่วมรุ่นกับ สมพล ชมชื่น สมเกียรติ ฟองเพชร สองนักบอลทีมชาติไทย
ทุกวันนี้ พี่แป๊ะ นพดล ศิริไปล์ เป็นทหารบกอยู่สังกัด กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน (ปตอ.) แถวเกียกกาย และแวะเวียนมาเล่นให้ทีมนักเรียนเก่าหอวังเราอยู่ไม่เคยขาด พร้อมกันนี้ก็มีตำแหน่งเป็น กรรมการฝ่ายเทคนิค ของชมรมเราอยู่อีกเช่นกัน
เมื่อถามพี่แป๊ะว่ามีอะไรจะแนะนำน้องๆ รุ่นหลังๆ บ้างหรือไม่? พี่แป๊ะกล่าวยิ้มๆ ว่า "กีฬาไม่เคยทำร้ายใคร"
คงเพราะเหตุนี้กระมัง ที่ในวัยกลางคน ร่างกายของพี่แป๊ะยังคงฟิต วิ่งโลดแล่นอยู่ในสนามเหมือนเด็กหนุ่มวัยสามสิบต้นๆ รวมทั้งภาพที่น้องๆ เพื่อนๆ ยังคงคุ้นเคยกับ "แป๊ะ นพดล ศิริไปล์" ก็คือรอยยิ้มอย่างอารมณ์ดีของ "นักกีฬาอาชีพคนแรกของโรงเรียนหอวัง”.
กลับหน้าหลัก