หน้าหลัก ปฏิทินแข่งขัน รวมรูป ฮอลล์ ออฟ เฟม คุยข้างสนาม เชื่อมโยง เกี่ยวกับชมรม
 
 

wasan

พ.ต.อ.วสันต์ อาษารอด
หอวังรุ่น 10 / นร.เตรียมทหารรุ่น 22 / นร.นายร้อยตำรวจรุ่น 38

สมาชิกท่านหนึ่ง ที่นำรอยยิ้มและความสนุกสนานมาร่วมกิจกรรมของชมรมฟุตบอลนักเรียนเก่าหอวังเราอย่างสม่ำเสมอไม่เคยขาด จนเป็นที่คุ้นตา และเมื่อทีมงานได้ล้วงลึกไปถึงเส้นทางการดำเนินชีวิตจนประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่ 'ฮอลล์ ออฟ เฟม' จะไม่บรรจุ “พี่แก่” พ.ต.อ.วสันต์ อาษารอด ของน้องๆ นุ่งๆ เข้ามาไว้ในหน้าเกียรติภูมินี้

พี่แก่ วสันต์ เป็น “เด็กหอวัง” รุ่น 10 รุ่นราวคราวเดียวกับ พี่ดำริ ยศวิบูรณ์ พี่ใหม่ พี่ต้อย แทนไท แก๊งค์นี้ พี่แก่ก็ก็ทำกิจกรรมมาเรื่อย แบบเรียนๆ เกๆ ตามเรื่องตามราว แต่ที่จะแตกต่างไปบ้างก็คงเป็นที่ สมัยเรียนถ้าคิดเบื่อจะหนีเรียนสักคาบสองคาบ พี่แก่บอกว่า แกพิศมัยจะแอบหนี วนเวียนไปหา อาจารย์บุญเนิน ที่ห้องคหกรรมที่ปลายสุดสนามบอล เหตุผลเดียวสบายๆ ว่า “มันมีของกินเยอะดี!!"

อีกเรื่องหนึ่งที่พี่แก่ถูกล้อเลียนจากเพื่อนๆ น้องๆ ก็คงไม่พ้น การเป็นคน “เอาพี่เอาน้อง” เพราะภรรยาสุดที่รักก็เป็น “เด็กหอวัง” เหมือนกัน เพียงแต่ต่างรุ่นกัน 1 ปี พี่แก่เล่าเรื่องสมัยเรียนพอสนุกๆ ให้ฟังว่า

“สมัยก่อนการเรียนก็ยังแบ่งเป็นภาคเช้า ภาคบ่าย พี่แก่ก็เล่นบอลให้ห้อง ให้โรงเรียนตามเรื่อง แต่กีฬาอีกประเภทหนึ่งที่พี่ชอบเป็นนักหนา ก็คือมวยสากล ถึงกับเคยขึ้นต่อยหาเงินมาใช้เที่ยวเล่นที่วิกมวยช่อง 7 สีมาแล้ว”

เมื่อถูกถามว่า แล้วพี่ไปชอบมวยเข้าได้อย่างไร “พี่แก่” ว่าสมัยเรียนค่อนข้างจะรักเพื่อนมากเกินไปสักหน่อย “เพื่อนๆ มีเรื่องอะไร เกิดเหตุที่ไหน “ก็เราทุกที” พี่แกว่า โดยเฉพาะ “ไอ้ใหม่ พิณยา เนี่ยตัวดีนักเลย” หาเรื่องมาให้ตลอด “ร้อยละร้อยก็มาจากไอ้ใหม่ทั้งนั้น แถมส่วนใหญ่ก็เรื่องผู้หญิง เรื่องดีๆ ไม่ค่อยมีหรอก”

พี่แก่เข้าสังเวียนต่อยกับนักเรียนสารพัดรุ่น ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง แต่ที่เน้นก็คือจะต่อยในโรงเรียนเป็นหลัก ที่สนามมวยดัดแปลงแถวคอกหมูที่ใช้เรียนเขียนแบบกันในอดีต “ก็ซัดกันตอนเย็นๆ หลังเลิกเรียนสนุกไป” ปัจจุบันนั้นสนามมวยดัดแปลงคอกหมู ก็คือที่ตั้งของอาคาร 5 และโรงอาหารใหญ่นั่นเอง

“พี่แก่”ชกบ่อยเข้าจากปัญหาของเพื่อน จนที่สุดแทบทุกคนร่วมรุ่น ก็จดจำ “ดช.วสันต์ อาษารอด” ในฐานะ “นักชกข้างถนน” มากกว่านักบอลฝีเท้าดีของหอวังเรา

แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ที่ “พี่ใหม่ พิณยา” หาเรื่องเจ็บตัวมาให้ เรื่องดีๆ ของเพื่อนรักร่วมเรียนส่งเสริมให้กันก็มีอยู่ และเป็นเส้นทางที่พี่แกดำเนินอยู่จนทุกวันนี้ นั่นก็คือ “พี่ใหม่ พิณยา” นี่เองที่ทั้งยุทั้งแนะนำให้พี่แก่ไปสมัครสอบเข้าเรียนโรงเรียนเตรียมทหาร หนึ่งในยอดความฝันของนักเรียนมัธยม ผู้อยากสวมเครื่องแบบ และพี่แกที่ไปสอบแบบไม่คิดหวังอะไรมาก ก็สอบผ่านเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารในรุ่น 22 ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

น้องคนนึงที่นั่งห้อมล้อมฟังพี่แก่เล่าเรื่องอยู่อย่างสนุก สอดขึ้นมาว่า “ไหนพี่ว่าเป็นเด็กเกเรไง แล้วสอบเข้าเตรียมทหารได้ไงเนี่ยพี่”

“ก็ตอนเรียนๆ ก็ตั้งใจหน่อยซิวะ” พี่แก่สอน

“โอ้โห... นั่นหละเรื่องยากเลยครับพี่” พี่เจี๊ยบ ศุภอรรถ สวนขึ้นแบบคนไม่รักเรียน

“งั้นตอนกลับบ้านก็ทวนนิดๆ พอเข้าใจก็ได้”

น้องๆ ที่นั่งห้อมล้อมพี่แก่ร้องแทบจะเป็นเสียงเดียวกัน “ไอ้นี่ก็แล้วใหญ่พี่”

แต่ก็สูตรการเรียนเช่นนี้เอง ที่ทำให้พี่แก่เป็นนักเรียนเตรียมทหาร และสร้างความภาคภูมิใจให้กับครอบครัว "อาษารอด"

พี่แก่ว่า ได้ "กินเหล้ากับพ่อ" เป็นครั้งแรกในชีวิต” ก็เมื่อรู้ผลสอบว่าผ่าน “พ่อพี่เป็นทหารโคตรปลื้มเลย ก็เรียนเตรียมฯ อยู่ 2 ปี ตรงสวนลุมไนท์บาซ่าร์ปัจจุบันนี้นั่นแหละ ก็เล่นบอล เล่นรักบี้ ต่อยมวยก็ยังเอาอีก จากนั้นก็มาแยกเหล่า คราวนี้ก็เป็นปัญหาขึ้นมา เพราะพ่อจะให้เป็นทหาร แต่แม่ชอบตำรวจ” พี่แก่พูดต่อว่า "แล้วแม่มาแต่งงานกับทหารทำไมก็สงสัยอยู่ เลยให้สิ้นเรื่องครอบครัวจะได้ชื่นใจกันทุกฝ่าย พี่ก็เลยเลือกเหล่าตำรวจ ตามใจแม่ซะ”

ที่โรงเรียนนายร้อยสามพราน พี่แก่เล่าให้ฟังว่า “ก็ยังเหมือนเดิมนะ เน้นเฮฮา เน้นมีเพื่อนฝูง” “ก็ยังมีต่อยแย่งหญิง ยืดหญิงเหมือนสมัยเรียนหอวังนั่นแหละ”

และที่นี่กีฬาฟุตบอลที่พี่แก่เคยเล่นให้หอวังมา ก็มาสานต่อเล่นบอลถ้วย ข. ให้สโมสรตำรวจ ควบคู่ไปกับการเรียนอีกด้วย นักฟุตบอลของสโมสรตำรวจตอนนั้น มี “น้าอำ” อำนาจ เฉลิมชวลิต ตำนานเซ็นเตอร์ฮาฟของทีมชาติไทยในยุคท้ายๆ ของการค้าแข้ง รวมถึง “ไอ้รถถัง” บรรหาร สมประสงค์ อีกหนึ่งตำนานกองหน้าบ้าดีเดือด

พี่แก่เล่นบอลพร้อมกับการเรียนที่เข้มข้นมากขึ้นจนจบการศึกษา และเข้ารับพระราชทานกระบี่จากพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในปี 2528 จากนั้นเดินทางไปบรรจุพร้อมรับยศเป็นนายร้อยตำรวจครั้งแรกที่จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมส่งเสริมตำรวจในพื้นที่ให้เล่นกีฬาโดยเฉพาะฟุตบอลที่ตัวเองรัก โดยส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันในทัวร์นาเม้นท์ต่างๆ ในพื้นที่ ควบคู่กับการดูแลสารทุกข์สุกดิบของประชาชน

“ที่นี่ไม่ต้องยืดหญิงแล้ว แถมไม่ต้องต่อยกับใครอีกด้วย” พี่แก่บอกยิ้มๆ “ทำไมหละครับพี่” พี่เจี๊ยบ ศุภอรรถ ซัก “ก็ใครมันอยากจะเข้าคุกเพราะต่อยกับตำรวจวะ” น้องๆ ถึงต้องเงียบเพราะความเอาเปรียบของอดีตนักชกข้างถนน ?!?

จากอุบลราชธานี “พี่แก่ วสันต์ อาษารอด” ย้ายเข้าสู่ภาค 3 ที่นครราชสีมา ใกล้เข้าเมืองหลวงมาอีกนิด และที่โคราช กิจกรรมรักอย่างฟุตบอลก็ยังดำเนินต่ออยู่ จนมาย้ายเข้าเป็น “นายตำรวจปกครองนักเรียน" ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน และด้วยฐานะนายตำรวจแล้วยังเป็นอดีตผู้เล่นสโมสรตำรวจ พี่แก่ก็ร่วมทำทีมนักเรียนนายร้อยตำรวจ ยุคที่มี สุเมธ อั้งสุวรณกูล เป็นผู้รักษาประตู และ ประเสริฐ ช้างมูล ศูนย์หน้าทีมชาติไทยผู้ยิงประตูปลิดความหวังชาวจีนในศึกเอเชี่ยนเกมส์ที่ปักกิ่ง

การทำทีมให้นักเรียนตำรวจชุดนี้ พี่แก่ก็พาทีมนักเรียนนายร้อยตำรวจไปได้แชมป์บอล "นักเรียนสี่เหล่า" ถึงสองปีซ้อน เป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของชาวตราโล่ห์ในยุคนั้นอย่างแท้จริง

จากนั้นไม่นาน “พี่แก่” ก็ได้รับเลื่อนขึ้นเป็น “รองผู้กำกับฯ” ไปประจำการอยู่ที่ อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ประมาณ 2 ปี พัฒนาท้องที่ สนับสนุนการเล่นกีฬาของเยาวชนและข้าราชการตำรวจตามที่ตัวเองปฎิบัติอยู่เสมอไม่ว่าจะประจำอยู่ที่ใด ตามประสา “คนกีฬา”

หลังสองปีที่ภาคใต้ พี่แก่ขึ้นสู่เขตนครบาลอีกครั้ง มารับตำแหน่งเดิมเป็นระดับ รอง ผกก. ที่ สน.โคกคราม จากแรงวิริยะอุตสาหะ และความพากเพียรตั้งใจทำงานตามหน้าที่ บวกกับหัวใจที่เป็นนักกีฬาอย่างแท้จริง “พี่แก่” ของน้องๆ ชาวหอวัง ก็ได้รับเลื่อนเป็น “ผู้กำกับ” ในที่สุด ประจำการที่ สำนักงานตำรวจสอบสวนกลาง ที่ครอบคลุมงานทั้งกองปราบ ทางหลวง ตำรวจน้ำ สารพัด อยู่จนถึงในปัจจุบัน

ทุกวันนี้ “ผกก.พี่แก่ วสันต์ อาษารอด” มีทีมฟุตบอลมากมายหลายทีมที่ต้องการให้ไปร่วมเล่นเป็นสมาชิก แต่ "พี่แก่” ก็มีเวลามาวิ่งเล่นเตะฟุตบอลให้กับชมรมฟุตบอลนักเรียนเก่าหอวังสม่ำเสมอมิเคยขาด จนในนัดสำคัญที่หอวังคว้าชัยได้เป็นครั้งแรก หลังก่อตั้งชมรมฯ มานานหลายเดือน “พี่แก่” นี่เองที่เป็นผู้โหม่งประตูชัยให้หอวังเบียดชนะเซ็นต์คาเบรียลได้ 1:0 ที่สนามศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ท่ามกลางเสียงล้อเลียนว่า “บอลตกใส่หัวบ้าง มีคนผลักไปชนลูกบอลบ้าง”

นอกจากนี้ “พี่แก่” ก็ยังเข้าร่วมในกิจกรรมของ ชมรมกอล์ฟหอวัง อีกด้วยเช่นกัน ล่าสุด พี่แก่ก็คว้าถ้วยใหญ่สุดประจำปีของชมรมกอล์ฟฯ มาได้ ท่ามกลางแสงแฟลชวูบวาบและรอยยิ้มขณะรับถ้วยใหญ่ประจำปีของ “พี่ทอง” พล.อ.ท.ธีรพล คล้ายพันธ์ นายกสมาคมนักเรียนเก่าฯ ที่บรรจงสวมเสื้อ 'บราวน์แจ๊กเก็ต' (Brown Jacket) ให้พี่แก่ และท่ามกลางสายตาของชาวกอล์ฟหอวังทั้งหลายที่หวังเล็งเสื้อสุดเท่ห์ตัวนี้อยู่อีกหลายคน

พี่แก่ว่า “พักนี้เท่น่าดู ถ้วยก็ได้ เสื้อก็ได้ บอลก็ยิงได้ ไม่ต้องยืดหญิง ไม่ต้องต่อยกับใครด้วย”

คนเก่งแถมดวงดีอย่างนี้ น้องๆ ชมรมฟุตบอลนักเรียนเก่าหอวัง ก็ภาวนาให้พี่แก่ได้ขึ้นเป็นนายพลในเร็วๆ นี้ ก็คงจะดีอีกไม่น้อย.


กลับหน้าหลัก

 
แสนสิริ โฮมโปร โคคา-โคลา ชมรมนักเรียนเก่าหอวังฯ ทวินทรี ฟุตบอล พาร์ค แสนสิริ โฮมโปร โคคา-โคลา แสนสิริ โฮมโปร โคคา-โคลา แสนสิริ โฮมโปร โคคา-โคลา หน้าหลัก  I  ปฏิทินแข่งขัน  I  รวมรูป  I  ฮอลล์ ออฟ เฟม  I  คุยข้างสนาม  I  เชื่อมโยง  I  เกี่ยวกับชมรม  I  ห้องสนทนา
หอวังดอทอินโฟ เป็นแหล่งข้อมูลอย่างเป็นทางการของ ชมรมฟุตบอลนักเรียนเก่าหอวัง

ออกแบบสร้างโดย ธรณินทร์ ตรีวิทย์ หอวังรุ่น 13 ที่เชียงใหม่ ประเทศไทย
inx
Updated: 19/07/10
Created: 30/06/10
Chatbox